Profilo di toybluecalcium version ตาแก...FotoBlogElenchiAltro Strumenti Guida

Blog


06 settembre

อดทนเวลาที่ฝนพรำ

ฝนตก เหมือนแกล้งกัน
 
 
มันตั้งเค้ามาตั้งแต่เช้ามืด มาตกเอาตอน 8 โมงครึ่ง ก่อนออกจากบ้านไปทำงาน
 
พอ 9 โมงก็หยุดเหมือนจะรู้เวลา มืดทะมึนมาอีกทีตอน 4 โมงเย็น  ...เฮ้อ
 
เย็นไหนนัดสาวๆ ตั้งใจว่าจะออกไปวิ่ง ออกกำลังกาย (กลางแจ้ง) ขี่มอเตอร์ไซค์เล่น
 
ฝนดันตก อดเลย...
 
วันไหนเพลียๆ อยากนอนเฉยๆ ก็ดันไม่ตกซะงั้น
 
...จำไว้...................
 
 
ฝนตกมักมีเรื่องต้องระมัดระวัง
 
ด้วยหลังบ้านพักบนเนินของข้าพเจ้า เป็นป่า (ดงดิบ) อันเป็นที่อาศัยของสิงสาราสัตว์
 
วันดีคืนดี จะมีแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามาในบ้าน อาทิ งูสามเหลี่ยมน้อย หรือ เจ้าแมงป่องผยองเดช มาเยี่ยมเยือน
 
ข้าพเจ้าเลยต้องสวมวิญญาณโหด สังหารไปหายศพ เหลือเพียงครอบครัวตุ๊กแกเพื่อนยากที่ไม่ยอมไปไหน
 
เล่าให้ใครฟัง เขาก็ปลอบใจว่า ดีละงูเข้าบ้าน เผื่อจะเจอเนื้อคู่
 
เฮ้อ.....กรูจะโดน งูกัดตายก่อนเจอเนื้อคู่มั้ยวะเนี่ย !!!!!
 
..............................
 
 
 
31 agosto

แค่อยากเป็นคนที่ถูกรัก

การทำให้คนรัก...ยากนัก
 
ทำให้คนเกลียด...ช่างง่ายดาย
 
ไม่ทำอะไรเลย...ง่ายยิ่งกว่า
 
ความสมดุลอยู่ที่ไหน
 
สิ่งที่ทำอยู่
 
เป็นการทำเพื่อคนอื่น... หรือทำเพื่อตัวเอง
 
ก็แค่....
 
แค่อยากเป็นคนที่ถูกรัก
 
 
29 agosto

ใจช้ำๆ

ช่วงนี้ฟังเพลงบ้านๆ แนะนำเพลงของพี่ไอซ์ ณ ชัยนาท
อารมณ์แบบ กรูมันต่ำต้อยด้อยค่า ใครจะมาสนใจ ฮือๆๆ
 
ใจช้ำๆ
 
ได้แต่มองได้แต่คอยห้ามใจ
เหงาๆ เดียวดายไปตามประสา คนอย่างฉัน
ไม่มีทางให้เธอมารักกัน
ฉันรู้ตัวดีว่าคนอย่างฉัน ยังอีกไกล

ก่อนจะนอนท่องไว้เสมอ
ว่าฉันกับเธอเรามันต่างกัน
ไม่ต้องฝันต้องเพ้อ ละเมอหลอกตัวเอง

ฉันมันเป็นแค่เพียงคนใจช้ำช้ำ
มีแต่ใจดวงเดียวช้ำช้ำ เท่านั้น
จะไปสำคัญอะไร ใครจะมารักฉัน
ต้องข่มใจตัวเองซ้ำๆ เอาไว้
ไม่มีค่าใดเพียงพอกับเธอ

ทั้งที่รู้แต่ก็ยังเผลอใจ
ไม่รู้ทำไมไม่มีเหตุผล ไม่เข้าใจ
ต้องแอบรักแอบมีเธอเรื่อยไป
ไม่กล้าระบายความจริงที่ฉัน มีต่อเธอ

อย่าไปสำคัญตัวเองผิด
ถึงฉันทำดีสักเท่าไหร่
ก็ไม่โดนใจอยู่อย่างนั้น
ไม่มีวันจะมีความหมาย

ฉันมันเป็นแค่เพียงคนใจช้ำช้ำ
มีแต่ใจดวงเดียวช้ำช้ำ เท่านั้น
จะไปสำคัญอะไร ใครจะมารักฉัน
ต้องข่มใจตัวเองซ้ำๆ เอาไว้
ไม่มีค่าใดเพียงพอกับเธอ
 
 
 
24 luglio

ชีพจรลงเท้า

ขับรถเดินทางไกล
 
รู้สึกว่า ตัวเอง คลื่อนที่ไปมา ด้วยความเร็วเหนือปกติ
 
ไปด้วยเหตุจำเป็น คิดไปคิดมา มันจำเป็นต่อตัวเราจริงๆหรือเปล่าววะ
 
หรือเพราะคนอื่นก็ไม่รู้....
 
เหนื่อย
 
หนังสือ นิตยสาร ซีดีหนัง เพลง กองเต็มห้อง
 
ต้นไม้หน้าบ้านที่รอคนไปปลูก
 
ไม่ทันได้แตะอะไร ก็ต้องหลับตาเพราะความเพลีย
 
ขออยู่นิ่งๆมั่งเหอะ...........................
 
อยู่เฉยๆ กับคนที่ชอบอยู่เฉยๆ
07 luglio

กระชุ่มกระชวย

เนื่องด้วยช่วงนี้ขาดแคลนรายได้
ประกอบกับมีโครงการต้องเดินทางไป BKK และ เชียงใหม่ ในอาทิตย์หน้า
เกรงว่า ถ้ายังอยู่เฉย ชิล ชิล ต่อไป อาจจะกินแกลบได้ในอนาคต
 
เสาร์อาทิตย์นี้ก็เลยมารับจ๊อบ อยู่เวร รพ.อื่น
อะฮ้า..อย่าคิดว่าอยู่ในป่าในเขาจะไม่มีนะฮ้า..
คงดีกว่านอนอืดอยู่ห้อง
 
ทั้งที่ช่วงนี้อากาศแบบน่านอน ขี้เกียจๆ ฝนตกปรอยๆ อากาศเย็นๆ
ข้าเจ้าเลยไม่คิดจะออกไปไหน กินๆนอนๆ อยู่ในรพ.เป้นส่วนใหญ่
อ่านหนังสือจบไปหลายเล่ม
 
ส่วนงานก็ turn ไปอยู่ IPD ขึ้นวอร์ดเป็นว่าเล่น
ความรู้ที่ใส่ไหฝังดินไว้เมื่อตอนจบ ก็ต้องพยายามขุดแงะออกมาใช้
รู้สึกว่าตัวเองโง่ๆ ไงก็ไม่รู้
 
แต่ที่ทำให้กระชุ่มกระชวยหน่อย
ก็ด้วยช่วงนี้มี ทันตฯ สาวๆ เอ๊าะๆ เพิ่งย้ายมาใหม่
รู้สึกจิตใจชุ่มชื่น เจริญหูเจริญตาขึ้นมาทันใด.....อะฮ้า....
24 giugno

อยู่บ้านอย่างสบายใจ

ชีวิตช่วงนี้จะดูว่างๆ ซึ่งชอบมาก ที่ไม่มีภาระเรื่องอยู่เวร หาเรื่องชิลไปเรื่อยเปื่อย 

ออกไปถ่ายรูป  เดินตลาดนัด ขี่มอเตอร์ไซค์เล่น ไปซื้อต้นไม้มาปลูก และนอน.......

เหมือนทำตัวไร้สาระ  เสียอย่างเดียว ไม่มีงานก็ไม่มีเงิน ไม่เป็นไรไม่ค่อยได้จ่ายอะไร

อบายมุขก็อยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ รู้สึกเป็นคนดีชะมัด..........

เสาร์อาทิตย์ก็ยังไม่ได้อยู่เวร กลับบ้านดีกว่าอยู่เฉยๆที่รพ. การอยู่เฉยๆที่บ้านมีความสุขกว่าเยอะ

 

08 giugno

เริ่มต้นอะไรใหม่ๆ

เริ่มงานได้อาทิตย์นึงแล้ว
 
ถึงแม้การทำงาน หน้าที่จะคล้ายๆเดิม แต่เนื่องด้วยเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมใหม่
 
คนทำงาน เพื่อนร่วมงาน เจ้านายก็ใหม่ มีแรงแอคทีฟ ตื่นตัวเล็กน้อย
 
การปรับตัวก็คิดว่าไม่ยาก เนื่องจาก level ความเนียนอยู่ในขั้นสูงแล้ว
 
แต่ในบางอารมณ์ก็ขี้เกียจนิดๆ ปล่อยไปตามเรื่องตามราว ไม่ค่อยยุ่งกับใครมาก
 
เดี๋ยวอยู่ๆไปก็คง oK
 
 
ช่วงนี้ ชีวิต พร้อมสำหรับการเริ่มต้น และเปิดรับสิ่งใหม่ๆเต็มที่...โล่ง.... 
 
เล่าถึงเมืองที่เพิ่งมาอยู่ดีกว่า
 
เป็นอำเภอเงียบๆ ที่อยู่กลางหุบเขา
 
บรรยากาศดี  บ้านพักอยู่บนเนินเขา
 
ผู้คนมีชีวิตกับแบบสบายๆ ไม่เร่งรีบ...อืม
 
เหงานิดหน่อย พอทนได้...สักพักคงดีขึ้น
 
 
30 maggio

กลับบ้าน

วันนี้ขับรถกลับบ้านคนเดียว
ออกจากหนองคาย 10 โมงเช้า
ถึงบ้าน  3 ทุ่ม โอ้พระเจ้า
เหยียบร้อยอัพแล้วยังปาไป 11 ชั่วโมง
ฝนก็ตกๆ หยุดๆ ตลอดทาง
โคตรเหนื่อย.....โคตรเมื่อย
 
กลับถึงบ้านอันดับแรกที่ทำคือ
กินข้าว...หิวโว้ย
24 aprile

ความหงุดหงิดประจำวัน

- อากาศแม่งโคตรร้อน ร้อนแทบจะนอนไม่หลับ เมื่อเช้ามาทำงานไฟที่ทำงานดันดับอีก เซ็ง
 
- คำสั่งย้ายมาแล้ว  เบื่อกับขั้นตอนระบบราชการที่มันยุ่งยาก วางแผนจะไปปลายเดือนหน้า แต่วุ่นวาย เรื่องมากชิบ
 
- เรื่องจะไปเที่ยวเกาะช้าง จะเป็นคนดีเสียสละไม่ไป  หรือว่าจะเห็นแก่ตัวไปเที่ยวขำๆไม่คิดอะไร สงสัยจะเป็นอย่างหลัง
 
- มีบางเรื่องที่คนอื่นตัดสินใจ แล้วส่งผลกระทบต่อเรา แต่ไม่ถามความเห็นของเรา และเราคิดว่าการตัดสินใจนี้มันไม่ถูกต้องแต่ทำอะไรไม่ได้...ก็ทำๆกันไป
 
- นโยบายประเทศนี้ บ้าๆบอๆ
 
- ดูข่าว ชาวพุทธทั้งหลาย จะพากันไปชุมนุม ให้มีการกำหนดในรัฐธรรมนูญให้ศาสนาพุทธ เป็นศาสนาประจำชาติ เพื่ออะไร... เพื่ออะไร
 
 
 
 
15 aprile

เอา blog นี้ ไว้บ่นดีกว่า ตอน วันสงกรานต์

กลับมาใช้ blog นี้ ไว้เขียนอะไรไร้สาระ ไร้แก่นสาร เอาไว้บ่นเวลาเบื่อๆ ใครไม่อยากอ่านก็หลบไป
 
วันนี้สงกรานต์วันสุดท้ายแล้ว อยู่เวรเช้า บ่าย ถึงไม่อยู่เวรก็คงไม่ออกไปไหน นอนเก็บตัวเงียบเป็นดักแด้
 
วันก่อนก็นอนอ่านหนังสือ ดู DVDอยู่ห้อง สรุปปีนี้อยู่แบบแห้งๆ ไม่กระตือรือร้นอยากออกไปเที่ยว ไปสนุก กับใครที่ไหน
 
อารมณ์ไม่อยากพบเจอผู้คน อาจเกิดอาการแอนตี้เทศกาลกะทันหัน หงุดหงิด เห็นคนสาดน้ำ กรี๊ดกร๊าด เต้น เมา รู้สึกว่ามันขัดหูขัดตา โว้ย
 
มันจะสนุกอะไรกันมากมาย (วะ) อยู่เวร เบื่อโคตร รถเหยียบ แขนหัก ขาหัก หมากัด ตับปูด ม้ามแตก เมาโวยวาย กูจะบ้า
 
ไม่มีอะไรจะทำกันหรือไง หางานให้กรูทำอยู่ได้ (คิดในใจ)......สงบสติอารมณ์  ....อืม
 
 
01 dicembre

ใครไม่ไปช่างแ*-ง กรูจะไปดูดอกบัวตอง (ภาค2)

การโบกรถเที่ยวครั้งแรกในชีวิต
หลังจากถามเส้นทาง ป้าบอกเดินไปอีก300 เมตรจะถึงทางแยกขึ้นดอยแม่อูคอ กะจะหารถโบกแถวนั้น ปรากฏว่าเดินไปอีกกิโลนึงได้กว่าจะถึง เล่นเอาหอบแฮ่ก ป้านะป้า....ทีนี้ก็ได้เวลาของการโบกรถ เลือกทำเลเรียบร้อย แล้วก็รอ...รอ....เอ๊ะ ทำไมไม่มีรถยนต์ผ่านมาเลยวะ มีแต่มอเตอร์ไซค์ เวลาผ่านไปซักครึ่งชั่วโมง หลังจากโบกแบบเก้ๆกังๆ ผ่านไปหลายคันก็เริ่มเข้าที่เข้าทางแต่ก็ยังไม่ไปถึงไหน สุดท้ายก็ได้น้ำใจจากคุณลุงและครอบครัวสุขสันต์จากเพชรบุรี พาติดสอยกระบะท้ายไปยอดดอย การโบกรถครั้งแรกในชีวิตก็เป็นไปด้วยความราบรื่น เช่นนี้
 
ดอกบัวตองนั้นบานอยู่บนยอดดอย
 
ความรู้สึกแรก "แม่ง  โคตรสวยเลย" มองไปทางไหนก็มีแต่สีเหลืองของดอกบัวตอง ขอบคุณคุณลุงเจ้าของรถ แล้วขอตัวไปหาทำเลกางเต้นท์นอน ได้ทำเลทองหน้าร้านอาหาร ใกล้ห้องน้ำ วันศุกร์นี้คนไม่พลุกพล่านมาก พอให้อยู่อย่างสงบ  อากาศเริ่มเย็นลง ลมแรง รอดูพระอาทิย์ตก ทั้งที่พระอาทิตย์มันก็ขึ้นก็ตกของมันอยู่ทุกวัน แต่ได้เปลี่ยนที่จากวิวริมระเบียงห้อง มาเป็นบนยอดดอยแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ได้ออกมาจากชีวิตเดิมๆ รู้สึกผ่อนคลาย ปลอดโปร่ง จริงๆ
 
แสงไฟยิ่งน้อย แสงดาวยิ่งสวย
ลมหนาวพัดแบบไม่ปราณีคนขี้หนาว อากาศหนาวทำให้เราเหงามากขึ้นหรือเปล่า อุณหภูมิยิ่งลด ความเหงายิ่งเพิ่ม คืนนี้ผมอยู่คนเดียว หน้าเต้นท์ ใต้ผืนฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เห็นดาวมากมายขนาดนี้ มีใครบางคนเคยชวนไปดูดาวที่ท้องฟ้าจำลอง แต่แล้วก็ไม่ได้ไปและคงไม่มีวันที่จะได้ไปด้วยกันอีกแล้ว อยากให้คนคนนั้น มาดูดาวที่นี่ด้วยกันซักครั้ง คงดีกว่าดูที่ท้องฟ้าจำลองเป็นไหนๆ คืนนี้เข้านอนแบบเหงาๆหนาวๆ
 
 
 
 
 
30 novembre

ใครไม่ไปช่างแ*-ง กรูจะไปดูดอกบัวตอง (ภาค1)

เพียงแค่เริ่มต้น
 
นัดเพื่อน ลางานเรียบร้อย 5 วัน(24-28 พ.ย. 49) กะเดินทาง ไปแม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่ 5 วัน มาดันมาบอกกันก่อนวันจะไปว่าไปไม่ได้ สุดท้ายไหนๆก็ไหนๆแล้ว ตัดสินใจแบกเป้ไปตายเอาดาบหน้าคนเดียวก็ได้วะ ไม่ง้อโว้ย...
นั่งรถทัวร์มาถึงเชียงใหม่เช้าๆ อากาศเย็นกำลังดี รองท้องด้วยโจ๊กร้อนๆ ก่อนไปจองตั๋วขึ้นรถเมล์พัดลม รอบ 8 โมง ตอนรอรถสังเกตว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมีจุดหมายอยู่ที่ปายกัน มากันแบบเป็นกลุ่มเพื่อนๆ อดคิดถึงเมื่อตอนที่ไปปายกับเพื่อนๆเมื่อ 2 ปีก่อนไม่ได้ โหตอนนั้นสนุกมาก อ้วกตลอดทาง แต่ตอนนี้ มีแค่เราคนเดียว เป้1ใบ เต้นท์ 1หลัง กับความไม่แน่นอน บนรถที่มุ่งสู่อำเภอขุนยวม แม่ฮ่องสอน ...
นั่งรถมาซักพัก อากาศเริ่มเย็นลงประหนึ่งนั่งรถแอร์ปรับอากาศ คิดในใจทำไมบนรถมีแต่คุณลุงคุณป้า และเพื่อนชาวดอย หาได้มีนักท่องเที่ยวสักคนไม่...เส้นทางก็เริ่มคดโค้ง ตกลงกรูจะไปรอดมั้ยวะเนี่ย ผ่านจอมทอง-ฮอด-แม่สะเรียง-แม่ละน้อย เฮ้ย..กว่าจะถึงขุนยวม ปาไปบ่ายสองกว่าๆ นั่งตูดแทบพัง ลงรถที่ สถานีเฮ้ย ทำไมมันช่างเวิ้งว้างว่างเปล่า เงียบเหงายิ่งนัก  ลงรถแบบงงๆ ไปหาข้าวกิน ถามแม่ค้าจะหารถโบกขึ้นไปบนดอยแม่อูคอ ป้าแกบอกแบบให้ความหวัง "ไปรถโบกเหรอ มีเยอะ" ใจชึ้นขึ้นมาหน่อย จากนี้การผจญภัยก็เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง
 
17 settembre

วันป่วย...ป่วย

ป่วย...ป่วย
ป่วยแล้วยงมานั่งบ่น
ป่วยแล้วยังต้องทำงาน
กิน para กิน amoxy กิน Zyrtec มา 2 วัน
ยังไม่หายอีก  ความป่วยไข้นี่มันดื้อจริงๆ
 
วันนี้ วันอาทิตย์ ไม่ใช่หรือ
ทำไมกรูยังต้องมาทำงานอีกวะ
เซ็ง......
14 settembre

ความโดดเดี่ยวและเปลี่ยวเหงา

ขอต้อนรับทุกท่าน
อยู่ในช่วงทดลองใช้งานคร๊าบ...
 
พักนี้รู้สึกถึงมันบ่อยครั้ง
เย็นวันอาทิตย์ที่เศร้าสร้อย
หลังฝนตกหนัก
อากาศชื้นด้วยกลิ่นไอฝน
ความมืดเริ่มปกคลุมอย่างช้า...ช้า
นั่งดูหนังรักคนเดียวในความมืดสลัว
โดดเดี่ยวและเปลี่ยวเหงา